การเลือกซื้อ MONITORS |
|
|||
|
|
เทคโนโลยีและการเลือกซื้อมอนิเตอร์เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1] [2] [3] [รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ] [คุณลักษณะของมอนิเตอร์] [ตารางเปรียบเทียบราคา]
Plug & Play คุณสมบัติปลั๊กแอนด์เพลย์ จะช่วยให้การติดตั้งจอภาพเป็นไปได้โดยง่าย ระบบ Windows 95/98/2000 จะสามารถตรวจพบจอภาพนี้ได้ทันที (detect) และช่วยให้สามารถปรับโหมดความละเอียดและอัตรารีเฟรชได้ตรงตามความสามารถของจอภาพที่ติดตั้งอยู่
การปรับหมุนของจอภาพ
จอภาพโดยปกติทั่วไปแบบ CRT มักจะปรับหมุนแนวนอนและแนวตั้งได้ไม่มากนัก ประมาณ 90 องศา แต่สำหรับจอภาพแบบ LCD หรือจอแบน ชนิดบางนั้น มักจะสามารถปรับหมุนหรือปรับมุมในแนวนอนและแนวตั้งได้มากกว่า โดยในแนวนอนปรับได้ตั้งแต่ 60-180 องศาเลยทีเดียว ส่วนในแนวตั้งตั้งแต่ 45 - 160 องศาโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับรุ่นและแต่ละย่ห้อ ช่วยให้มุมมองบนจอภาพ LCD ของคุณดูได้ในมุมต่าง ๆ มากขึ้น และช่วยให้การนั่งทำงานกับจอภาพคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะยิ่งขึ้น ได้ตรงระดับกับสายตา นอกจากนี้ยังเป็นการปรับเปลี่ยนบรรยากาศในการใช้จอภาพในขณะทำงานได้อีกด้วย
ปุ่มปรับและฟังก์ชันต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นในการปรับหน้าจออื่น ๆ อีก เช่น H/V-linearity, Pinbalance , Overscan, H/V Convergence, Auto-Adjust ฯลฯ
อินเตอร์เฟสของจอภาพ อินเตอร์เฟสของจอภาพ ส่วนใหญ่แล้วจะมีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทางอินเตอร์เฟสแบบพอร์ต 15-pin D-sub Type (VGA) การรับสัญญาณ Input ของจอภาพในบางรุ่นอาจจะมีช่องรับสัญญาณได้ 2 ช่อง คือ จอบางยี่ห้ออาจจะออกแบบมาให้สามารถรับสัญญาณข้อมูลเข้าได้ 2 ช่อง โดยทั้งสองช่องจะรับสัญญาณผ่านหัวต่อแบบ D-Sub ขนาด 15 พิน แต่โดยปกติแล้วมักจะพบว่าจอภาพที่รับสัญญาณเข้าได้ 2 ช่อง นั้นมักจะเป็นคอนเนกเตอร์แบบ D-Sub 1 ช่อง และ RGB อีก 1 ช่อง ไม่ใช่ D-Sub ทั้ง 2 ช่อง ซึ่งการสนับสนุน D-Sub 2 ช่องนั้นจะดีกว่าการสนับสนุน D-Sub 1 ช่อง และ RGB 1 ช่อง ทั้งนี้เพราะสายสสัญญาณแบบ RGB นั้นมีราคาสูงกว่าสายสัญญาณแบบ D-Sub มาก นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีจอภาพบางรุ่น บางยี่ห้อ ที่ได้มีการพัฒนานำเอาอินเตอร์เฟสแบบ USB หรือ Hub USB ติดตั้งไว้กับจอภาพด้วย เพื่อให้สามารถขยาย หรือใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ ที่ต้องการใช้พอร์ต USB ได้เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยทั่ว ๆ ไปมีพอร์รต USB ให้ไว้เพียง 2 พอร์ต นอกเหนือจากอินเตอร์เฟสดังกล่าวแล้ว จอภาพบางรุ่นได้ออกแบบให้มี Video Input, Audio Input
ไมโครโฟนและลำโพง จอบางรุ่นบางยี่ห้อ คุณอาจจะพบว่ามีทั้งไมโครโฟน และลำโพงติดตั้งมาพร้อมกับจอภาพด้วย อย่างไรก็ตามหากคุณมีไมโครโฟนและลำโพงที่ดีเยี่ยมอยู่เดิมแล้ว คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อจอภาพที่ติดตั้งทั้งไมโครโฟนและลำโพงก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถประหยัดเงินในการเลือกซื้อจอภาพได้อีก ซึ่งโดยทั่วไปผู้ใช้ส่วนใหญ่ จะเลือกซื้อจอที่ไม่ต้องมีออปชั่นเหล่านี้ เพราะไมโครโฟนและลำโพงที่ติดตั้งมาพร้อมกับจอภาพนั้นมักจะมีคุณภาพที่ต่ำกว่าที่เราต้องการ ฉะนั้นผู้ใช้จึงนิยมเลือกซื้อไมโครโฟนและลำโพงเองต่างหาก เพื่อให้ได้คุณภาพตามต้องการ หรือหากเป็นการซื้อจอภาพแทนจอภาพเก่าก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องซื้อจอภาพที่มีลำโพงและไมโครโฟนในตัว เพราะมีลำโพงและไมโครโฟนที่ใช้เดิมอยู่แล้ว
การจัดการพลังงาน จอภาพที่ดีในปัจจุบันควรมีระบบจัดการพลังงานที่ช่วยให้คุณประหยัดการใช้ไฟลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ไม่การทำงานกับจอภาพ ซึ่งมาตรฐานการประหยัดพลังงานสามารถตรวจดูได้จาก มาตรฐานต่าง ๆ ดังนี้ มาตรฐาน EPA/Energy Star, TCO.92, TCO.95, TCO.99 E2000, VESA, MPR II, ISO9241 และ DPMS เป็นต้น
คำแนะนำโดยสรุป
เมื่อทราบขนาดโดยคร่าว ๆ แล้วลองมาคำนวณงบประมาณกันบ้าง ว่าควรเลือกจอภาพชนิดจอแบบ (Flat Screen) หรือไม่ จริง ๆ แล้วก็เชียร์ให้เลือกจอภาพชนิดหน้าจอแบน เพราะจะลดการสะท้อนของแสงบนหน้าจอได้เป็นอย่างดี อีกทั้งให้ภาพที่มีสัดส่วนที่ถูกต้องกว่า และภาพที่ได้ดูสวยงาม อีกทั้งคุณสามารถทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เป็นระยะเวลานานกว่า เนื่องจากจอภาพชนิดนี้ให้ความสบายตามากกว่า ลดอาการเจ็บตาและการตึงเครียดของดวงตาที่เกิดจากการจ้องมองจอภาพลงได้ แต่จอแบนส่วนใหญ่มักจะมีราคาแพงกว่าจอภาพแบบโค้งมน เลือกของโหมดความละเอียดและอัตรารีเฟรชก็เป็นสิ่งสำคัญ จอภาพที่ดีควรเป็นจอภาพที่ให้ภาพที่คมชัด สีสันเหมือนจริง สนับสนุนอัตรารีเฟรชแบบ Flicker Free ในทุกโหมดการแสดงผล (ถ้าเป็นไปได้) และสามารถลดแสงสะท้อนได้ จอขนาด 15 นิ้ว ควรสนับสนุนได้ถึง 1028 x 1024 ที่อัตรารีเฟรรช 60 Hz และหากเป็นจอภาพ 17 นิ้ว ควรมีโหมดความละเอียดสูงสุด 1600 x 1200 ที่อัตรารีเฟรช 75 Hz แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้พิจารณร่วมด้วย เนื่องจากผู้ใช้มักจะเลือกโหมดการแสดงผลเพียงโหมดเดียวเป็นหลักในขณะทำงาน ฉะนั้นการใช้งานที่โหมดความละเอียดใดผู้ใช้สามารถพิจารณาได้ เพราะหากต้องการจอภาพขนาด 17 นิ้ว แต่ปกติใช้โหมดความละเอียดที่ 1024 x 768 เป็นหลัก หรือการ์ดแสดงผลที่ใช้ไม่สามารถปรับได้ถึงโหมดความละเอียดสูง ๆ โหมดความละเอียดสูงอย่าง 1600 x 1200 ก็อาจจะไม่ถูกใช้งานเลย ก็ไม่จำป็นต้องเลือกรุ่นที่สนับสนุนความละเอียดสูงถึง 1600 x 1200 ก็ได้ จอภาพที่เลือกก็จะมีราคาถูกลงมาอีกพอสมควร สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องของจอแบน ชนิดบาง หรือ LCD Monitor ซึ่งเป็นจอที่มีความบางมากกว่าจอทั่ว ๆ ไปมาก และให้พื้นที่ในการทำงานบนจอภาพมากกว่า อีกทั้งลดการสะท้อนของแสงบนจอได้ และประหยัดเนื้อที่ในการวางบนโต๊ะทำงาน แต่ก็ยังมีราคาจำหน่ายที่สูงลิ่วอยู่มาก ฉะนั้นหากไม่จำเป็นต้องใช้จอ LCD จริง ๆ ก็ควรเลือกจอภาพชนิดแบน แต่ไม่บางก็น่าจะเพียงพอแล้ว |
|||
|
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) |
||