.

การเลือกซื้อUPS

 

 

 

[Modem]   [Speaker]   [หน้าหลัก]

การเลือกซื้อ UPS

แนวโน้มเทคโนโลยี   เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1] [2] [3] [4]   รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ   ตารางเปรียบเทียบราคา

 
สภาวะปกติของ Double Conversion UPS

จากภาพจะพบว่าเมื่อกระแสไฟจากแหล่งกำเนิดไหลเข้าสู่ยูพีเอส กระแสไฟจะต้องผ่านตัวกำจัดเสิร์จก่อนและจึงทำการผ่านกระแสไฟไปให้กับ Filter และ Rectifier ตรวจสอบแรงดันและความถี่ของสัญญาณไฟฟ้า และแปลงให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงหลังจากการแปลงเป็นกระแสตรงแล้วจะส่งไปยังแบตเตอรี่เพื่อสำรองไฟและ Invertor เพื่อแปลงเป็นกระแสสลับจ่ายให้กับอุปกรณ์

 
สภาวะผิดปกติทางไฟฟ้า

เมื่อเกิดความผิดพลาดของแรงดันไฟฟ้าที่เข้าสู่ยูพีเอส ยูพีเอสจะเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟจากภายนอกมาเป็นแบตเตอรี่ และทำการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ในกรณีที่ความถี่สัญญาณผิดรูป ภายในระดับหนึ่งยูพีเอสจะพยายามแปลงความถี่ให้อยู่ในรูป Sine ปกติ 50 Hz แต่ถ้าเกิดความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้ามากเกินค่าที่ยูพีเอสตั้งไว้ ยูพีเอสจะเปลี่ยนให้แบตเตอรี่ทำการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าเอง ในกรณีที่แบตเตอรี่มีปัญหาหรือมีการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ามากเกินไปหรือใช้ไฟเกิน (Overload) ยูพีเอสจะเปลี่ยนระบบเข้าสู่โหมด Bypass เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งตัวกำจัดเสิร์จจะตรวจแรงดันไฟฟ้า ถ้าแรงดันไฟฟ้าเกินจะถ่ายแรงดันที่เกินลงดิน

การชาร์ตไฟให้กับแบตเตอรี่จะใช้หลักการของแรงดันไฟตกคร่อม ทำให้เมื่อแรงดันไฟฟ้าที่เข้าอยู่ในช่วงที่แรงดันตกคร่อม แบตเตอรี่จะไม่จ่ายไฟให้กับ Invertor ทำให้ค่าแรงดันที่ออกสู่อุปกรณ์ไฟฟ้ามีความผิดพลาดต่ำ อยู่ในช่วง +/-1,2,3% ซึ่งในกรณีที่ Invertor เสียจะทำการ Bypass ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าจะไม่ได้รับการป้องกันไฟดีเท่าที่ควร เพราะเป็นเพียงการกรองไฟเฉยๆ

Charger ต้องจ่ายไฟให้ทั้งแบตเตอรี่และ Invertor ทำให้ Charger ต้องมีขนาดใหญ่ และ Invertor ต้องทำงานตลอดเวลา จึงต้องได้รับการออกแบบมาอย่างดีให้ทนทาน เป็นเหตุให้ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความทนทานและมีสมรรถภาพสูงกว่าทั่วไป จึงมีราคาแพงกว่าปกติ


ความเหมาะสมของยูพีเอสกับระดับการใช้งาน

Stand By UPS เหมาะกับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วๆ ไป ซึ่งการใช้งานอยู่ในบริเวณที่ไม่ค่อยมีปัญหาด้านรูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้าบ่อยนัก เพราะ Stand By UPS สามารถป้องกันปัญหาด้านแรงดันไฟฟ้าและสำรองไฟให้เท่านั้น

Line Interactive UPS เหมาะสมกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีความสำคัญของข้อมูลหรือ Server ที่จำเป็นต้องการเก็บสำรองข้อมูลไว้ เพราะแก้ปัญหาแรงดันไฟฟ้าได้ดีกว่าแบบ Stand By UPS แต่ต้องใช้ในพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องความถี่สัญญาณและความเพี้ยนของรูปสัญญาณ

Online UPS เหมาะสมกับการใช้ในการสำรองไฟให้กับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญๆ มากๆ เช่น คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Data Server) ของระบบธุรกิจ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์สื่อสาร เพราะจำเป็นต้องการคุณภาพของพลังงานไฟฟ้าที่สมบูรณ์ เพื่อใช้ในการทำงานและเก็บสำรองข้อมูล สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ เพราะสามารถแก้ปัญหาของระบบไฟฟ้าได้ทุกชนิด


หลักพิจารณาในการเลือกซื้อ

1.นำยูพีเอสไปใช้กับอุปกรณ์ชนิดใด

การนำยูพีเอสไปใช้ในการป้องกันและสำรองไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทใด เป็นส่วนสำคัญพิจารณา เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ต้องการความสมบูรณ์ของพลังงานไฟฟ้าแตกต่างกัน เช่น ถ้าใช้กับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์สื่อสาร ระบบควบคุมอิเลคทรอนิคส์ต่างๆ จำเป็นต้องใช้ Online UPS แต่ถ้านำมาใช้ที่บ้านหรือที่ทำงานก็ควรเลือกซื้อชนิด Line Interactive UPS หรือ Stand By UPS ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ที่จะนำไปใช้ด้วย

2.กำลังไฟสำรองที่ยูพีเอสรองรับ

กำลังไฟสำรองที่ยูพีเอสสามารถจ่ายให้กับอุปกรณ์ได้ ควรเลือกโดยนำขนาดกำลังไฟ (VA) ของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดที่จะนำไปต่อกับยูพีเอส โดยขนาดกำลังไฟสำรองของยูพีเอสต้องมีค่ามากกว่าขนาดกำลังไฟที่อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องการ เพื่อป้องกันสภาวะ Overload โดยการรวมค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าในหน่วยของ VA เช่น ถ้ารวมอุปกรณ์ทุกชนิดแล้วได้ 500VA ก็ควรเลือกซื้อยูพีเอสที่สามารถสำรองไฟได้ 525 VA และให้ระมัดระวังเรื่องการใช้ไฟเกิน เพราะถ้าเป็น Stand By UPS จะหยุดการทำงานทันที

3.เวลาในการสำรองไฟของยูพีเอส

เวลาในการสำรองไฟของยูพีเอส (Backup Time) ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนของแบตเตอรี่ จะมีความสัมพันธ์กับขนาดแบตเตอรี่ของยูพีเอสและขนาดพลังงานไฟฟ้าที่สำรองอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องการ ยิ่งเวลาในการสำรองไฟยิ่งนานยิ่งดี

4.แบตเตอรี่

แบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของยูพีเอส เพราะเป็นแหล่งพลังงานสำรองใช้ในการจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า จึงเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในการเลือกซื้อ ควรเลือกยี่ห้อที่ใช้แบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เพราะปัญหาของยูพีเอสที่เสียหลังการรับประกันมักพบปัญหาเรื่องแบตเตอรี่มากที่สุด ถ้าใช้แบตเตอรี่ไม่มีคุณภาพอาจส่งผลต่อเวลาในการสำรองไฟลดลง และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่ง

5.ชื่อเสียงของยูพีเอสและตัวแทนจำหน่าย

ชื่อเสียงของผู้ผลิตและบริการหลังการขายรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เป็นจุดสำคัญ เพราะเมื่อมีปัญหา เช่น แบตเตอรี่เสื่อม อะไหล่เสียเราสามารถหาเปลี่ยนได้

6.มีระบบ User Interface

ยูพีเอสรุ่นใหม่ๆ จะมีโปรแกรมเพื่อใช้ในการควบคุม รายงานผล ทดสอบการทำงานของยูพีเอส เพื่อให้ทราบการการทำงานรวมถึงปัญหาต่างๆ ส่วนมากสายสัญญาณที่ต่อจากยูพีเอสกับคอมพิวเตอร์จะเป็น Serial แต่บางยี่ห้อก็เริ่มหันมาใช้สาย USB ในการทำงานแล้ว

7.มาตรฐานของยูพีเอสที่ได้รับ

มาตรฐานของผู้ผลิตก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราทราบถึงคุณภาพของยูพีเอสได้ เช่น ISO 9001, มอก ฯลฯ

8.พังก์ชั่นพิเศษ

จุดเด่นของยูพีเอสแต่ละยี่ห้อก็อาจมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ซึ่งสิ่งนี้ก็ควรนำมาพิจารณาในการเลือกซื้อด้วย เช่น มีความสามารถในการช่วยตรวจสอบแรงดันไฟที่มากับสายโทรศัพท์หรือสายเน็ตเวิร์คเพื่อตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า เพราะแรงดันสูงในสายโทรศัพท์มักเป็นปัญหาที่ทำให้แฟกซ์และโมเด็มเสียหายได้ เมื่อเกิดฟ้าผ่าหรือแรงดันไฟสูงผ่านเข้ามาในสายโทรศัพท์ บางรุ่นเพิ่มหลอดไฟในการส่องสว่างหลังเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเพื่อให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นสภาพรอบๆ ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วยวาจะได้ใช้ความสามารถพิเศษดังกล่าวหรือไม่

...ย้อนกลับ  |  อ่านต่อ...

   
PC Buyer Guide
 

กลับด้านบน

[Scanner&Digital Camera]   [Media&Storage]   [Mainboard&Card]   [Dilsplay Monitor]
[CD-Rom, CDRW, DVD]   [Printer]   [Modem, UPS, Speaker]   [ISP]

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)