การเลือกซื้อ
UPS
แนวโน้มเทคโนโลยี
เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1] [2] [3]
[4] รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ
ตารางเปรียบเทียบราคา
Stand By UPS
ชื่อทางเทคนิคของยูพีเอสชนิดนี้คือ
Passive-Standby UPS
แต่สำหรับชื่อที่เป็นที่คุ้นเคยในทางการขายที่พบเห็นบ่อยคือ
Off-Line UPS หรือ Back-UP UPS
โดยเป็นยูพีเอสชนิดนี้มีความสามารถในการแก้ปัญหาด้านไฟฟ้าเพียงการสำรองไฟให้กับอุปกรณ์
ซึ่งภายหลังได้เพิ่มความสามารถในการป้องกันแรงดันไฟกระชาก
หรือแรงดันไฟเกิน (Surge Protected outlet)
แต่ไม่สามารถปรับแรงดันไฟฟ้าที่เข้าสู่ยูพีเอสได้
ทำให้เมื่อเกิดปัญหาด้านไฟฟ้า
เช่น ไฟดับหรือไฟตก
ยูพีเอสจะเปลี่ยนการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานไฟฟ้าที่เข้าสู่ยูพีเอส
(ปลั๊ก)
มาเป็นการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แทน
เพราะจากโครงสร้างการทำงานจะพบว่ากระแสไฟจากแหล่งกำเนิด
จะวิ่งเข้าสู่ยูพีเอส
ผ่านอุปกรณ์ป้องกันแรงดันไฟฟ้า
(Surge Protection)
และผ่านเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง
ทำให้เมื่อมีปัญหาไฟดับ
ยูพีเอสจะจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ภายในตัวยูพีเอส
ซึ่งในกรณีที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าเกินความสามารถของยูพีเอส
(Overload)
ยูพีเอสจะตัดการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ทันที
ทำให้อุปกรณ์จะขาดพลังงานไฟฟ้า
การใช้งานจึงต้องระมัดระวังการใช้พลังงานไฟเกิน
-
ข้อดีของยูพีเอสชนิดนี้
คือ ราคาถูก ขนาดเล็ก
ความสามารถเพียงพอต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆ
ไปที่อยู่ในพื้นที่ระดับแรงดันค่อนข้างคงที่
-
ข้อเสีย
ในสภาวะปกติ
อุปกรณ์ไฟฟ้าอาจได้รับแรงดันไฟฟ้าที่ไม่คงที่
และมีสัญญาณรบกวน
และในกรณีที่ไฟไม่ต่ำมาก
(เพียงพอต่อความต้องการของอุปกรณ์ไฟฟ้า)ยูพีเอสจะจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย
ทำให้เวลาในสำรองไฟให้กับอุปกรณ์มักหมดเร็วกว่าที่ควรเป็นเมื่อเกิดปัญหาไฟดับ
ซึ่งเมื่อแบตเตอรี่มีการใช้งานบ่อยทำให้แบตเตอรี่จะมีอายุการทำงานสั้น
และรูปสัญญาณ Sine
ที่ออกจากยูพีเอสจะเป็นชนิด
Simulated Sine wave
จึงไม่เหมาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการความสมบูรณ์ของคุณภาพไฟฟ้าสูง
เช่น คอมพิวเตอร์แม่ข่าย
(Server) อุปกรณ์ทางการแพทย์
หรืออุปกรณ์สื่อสาร
สภาวะปกติของ
Stand By UPS

จากภาพพบว่าเมื่อพลังงานไฟฟ้าไหลเข้าสู่ตัวยูพีเอส
ผ่าน Filter และตรงเข้าสู่ Load (อุปกรณ์ไฟฟ้า)
และกระแสไฟบางส่วนจะถูกแบ่งเข้า
Rectifier/Charger
เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรงเก็บลงในแบตเตอรี่
จึงไม่มีการปรับแรงดันไฟฟ้าก่อนเข้าสู่อุปกรณ์
สภาวะความผิดปกติทางไฟฟ้า

ยูพีเอสจะให้แบตเตอรี่ที่เก็บสำรองไฟฟ้าไว้
ทำหน้าที่ในการจ่ายไฟฟ้าให้กับ
Load
Line-Interactive UPS
เป็นยูพีเอสที่มีความสามารถมากกว่า
Stand By UPS
โดยการเพิ่มอุปกรณ์ตรวจสอบและป้องกันแรงดันไฟฟ้าสูงหรือต่ำ
ที่เรียกว่า Stabilizer
และยังช่วยให้ยูพีเอสตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าที่เข้ายูพีเอสการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าว่าจะจ่ายจากแหล่งกำเนิดหรือจากแบตเตอรี่
โดยไม่ต้องจ่ายไฟสำรองจากแบตเตอรี่ทุกครั้งที่ไฟตกหรือไฟเกินไม่มากนักในช่วงที่ไม่ส่งผลต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า
และในกรณีที่แรงดันไฟฟ้าสูงหรือต่ำเกินไปในช่วงที่
Stabilizer
สามารถปรับแรงดันให้อยู่ในช่วงเหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้
เช่น
ช่วงของแรงดันไฟฟ้าที่ยูพีเอสจะเปลี่ยนจากการจ่ายไฟจากปลั๊กมาเป็นแบตเตอรี่
คือ 264-170V หมายความว่า
ถ้ามีแรงดันไฟเข้าสู่ยูพีเอสมากกว่า
264V หรือน้อยกว่า 170V
ยูพีเอสจะจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่
ซึ่งถ้าแรงดันไฟเข้ายูพีเอสอยู่ในช่วงดังกล่าวยูพีเอสจะใช้พลังงานไฟฟ้าจากไฟที่เข้ายูพีเอส
แต่ช่วงแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในช่วง
240-190V
ซึ่งถ้าแรงดันเข้ามาสูงเกินไปแต่ไม่เกิน
264V stabilizer
จะทำการปรับแรงดันให้อยู่ที่
240V
และในกรณีไฟตกแต่ไม่ต่ำกว่า
170V
ยูพีเอสจะปรับแรงดันให้อยู่ที่
190V ซึ่งในยูพีเอสชนิด Stand By UPSจะไม่มีความสามารถนี้
-
ข้อดีของยูพีเอสชนิดนี้คือ
ราคาไม่สูงเกินไปแต่มีความสามารถเพียงพอในการป้องกันระบบไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง
สามารถแก้ปัญหาด้านแรงดันได้ดีกว่าแบบ
Stand BYUPS
ด้วยความสามารถในการแก้ปัญหาด้านแรงดันได้ดีนี้เองทำให้ลดภาระของแบตเตอรี่
ทำให้แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่า
ทำงานในสภาวะที่ระดับแรงดันไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอได้ดี
-
ข้อเสียคือ
ไม่ได้มีส่วนในการแก้ปัญหาด้านรูปคลื่นสัญญาณถูกรบกวน
ทำให้ยังมีปัญหาได้ในกรณีที่เกิดความผิดปกติที่สัญญาณไฟฟ้า
โดยไม่เหมาะกับเครื่องมือที่ต้องการคุณภาพกระแสไฟฟ้าสูงๆ
ส่วนรูปสัญญาณ Sine
ที่จ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าจะเป็นชนิด
Simulated Sine wave หรือ Pure Sine wave
ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น
โครงสร้างของ
Line Interactive UPS
สภาวะปกติ

จากภาพจะพบว่าเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ยูพีเอส
กระแสจะไหลผ่านตัว Stabilizer
เพื่อทำตรวจจับแรงดันไฟฟ้าว่าสูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่
ถ้าอยู่ในช่วงที่ตั้งไว้หรือ
Load
สามารถทำงานได้ปกติก็จะปล่อยกระแสไฟให้ไหลเข้าสู่
Load
และกระแสส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปที่
Rectifier
เพื่อทำการแปลงจากไฟกระแสสลับเป็นกระแสตรงเพื่อเก็บสะสมในแบตเตอรี่ต่อไป
สภาวะที่แรงดันผิดปกติ

จากภาพเมื่อ
Stabilizer
ตรวจจับความผิดปกติของแรงดันไฟฟ้า
ยูพีเอสจะทำการเปลี่ยนจากแหล่งกำเนิดไฟภายนอกมาให้แบตเตอรี่ส่งไฟกระแสตรงให้กับ
Inverter
เพื่อแปลงเป็นไฟกระแสสลับ
และจ่ายกระแสไฟให้กับ Load
เพื่อทำงานต่อไป
On
Line UPS หรือ Double-Conversion UPS
ชื่อทางเทคนิคของยูพีเอสชนิดนี้คือ
Double-Conversion UPS
เป็นยูพีเอสที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาทางไฟฟ้าสูงที่สุดในปัจจุบัน
สามารถป้องกันปัญหาทางด้านไฟฟ้าได้ในทุกกรณี
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟดับ,
ไฟตก, ไฟเกิน
หรือสัญญาณรบกวน
โดยมีการตรวจสอบและเปลี่ยนไฟฟ้ากระแสสลับที่เข้าสู่ยูพีเอสให้อยู่ในรูปของกระแสตรง
ส่วนหนึ่งเพื่อแบ่งไปสำรองพลังงานไฟฟ้าและใช้ในการแปลงกลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับเพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา
(จึงเรียกว่า Double Conversion UPS)
จึงทำให้คุณภาพของพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ามีความสมบูรณ์ที่สุดในทุกแบบ
เนื่องจากมีการกรองและแปลงพลังงานไฟฟ้าให้ได้คุณภาพตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง
และมีอุปกรณ์ช่วยในตรวจสอบและแก้ปัญหาหลายตัว
มีการกรองสัญญาณไฟฟ้าหลายขั้นตอน
โดยพลังงานไฟฟ้าที่เข้าสู่ยูพีเอสต้องผ่าน
Filter ซึ่งมี MOV
อยู่ช่วยในการกรองแรงดันไฟฟ้า
จึงผ่านมายัง Stabilizer
และเข้าสู่ Rectifier/Charger
ซึ่งจะได้ไฟฟ้ากระแสตรงที่แบ่งไปให้แบตเตอรี่และผ่านไปยัง
Invertor
เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับอีก
จากนั้นจึงจ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า
-
ข้อดีของยูพีเอสชนิดนี้
คือ
เครื่องใช้ไฟฟ้าจะได้รับพลังงานไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง
ความสม่ำเสมอของแรงดันจะดีมาก
และความสมบูรณ์ของสัญญาณไฟฟ้าก็จะดีด้วย
ซึ่งรูปสัญญาณที่ได้เป็นรูปสัญญาณ
Sine บริสุทธิ์ (Pure Sine Wave)
ไม่ว่าแหล่งจ่ายไฟที่จ่ายให้กับยูพีเอสจะมีสภาวะใดก็ตาม
และสามารถทำการจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ในทันที
-
ข้อเสียคือ
เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนและมีอุปกรณ์หลายตัว
เช่น Rectifier/Charge, Invertor
ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาที่เครื่องยูพีเอสทำงานจึงต้องเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทนต่อการใช้งานสูง
ทำให้ราคาของยูพีเอสชนิดนี้จึงสูงกว่ายูพีเอส
2 ชนิดแรกมาก
รวมถึงมีขนาดใหญ่และหนักเนื่องจากภายในมีอุปกรณ์มากกว่า
...ย้อนกลับ
| อ่านต่อ... |