.

การเลือกซื้อ CPU

 

 

[RAM]    [Hard Disk]    [Heatsink]   [หน้าหลัก]

เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ

เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1] [2]   [รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ]   [คุณลักษณะของ CPU]   [ตารางเปรียบเทียบราคา CPU]    

 

การเลือกซื้อซีพียู

ก่อนอื่นผู้ซื้อควรต้องเข้าใจหน้าที่ที่แท้จริงของซีพียูเสียก่อน ว่าทำหน้าที่อะไรในคอมพิวเตอร์ของตน

ซีพียู (Central Processing Unit) หรือหน่วยประมวลผลกลาง ทำหน้าที่คำนวณข้อมูลที่ส่งมาจากอุปกรณ์ส่วนอื่น จากนั้นนำผลที่คำนวณเสร็จสิ้นไปแสดงให้ผู้ใช้ทราบทางหน้าจอ

ยิ่งซีพียูมีความเร็วในการคำนวณมากเท่าไหร่ ผู้ใช้ก็จะยิ่งสามารถทำงานได้รวดเร็วมากเท่านั้น เพราะแอพพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้งานจะสามารถแสดงผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลารอคอย และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องราบรื่น ต่างกับซีพียูความเร็วต่ำที่ผู้ใช้ต้องหยุดรอให้ซีพียูประมวลผลให้เสร็จ ซึ่งบางครั้งอาจเสียเวลารอนานหลายนาที ส่งผลให้การทำงานสะดุดติดขัด

ด้วยเหตุนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นเมื่อคิดจะซื้อซีพียูจะอยู่ที่ความสามารถในการคำนวณ เพราะยิ่งซีพียูสามารถคำนวณได้เร็วเท่าไหร่ ผู้ใช้ก็จะยิ่งได้ผลลัพธ์ของงานที่สั่งไปเร็วเท่านั้น ความแตกต่างกันของซีพียูราคาหลายล้านบาท (ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ หรือหน่วยงานของรัฐบาล) และซีพียูราคาไม่กี่พันบาทก็จะอยู่ที่ความเร็วในการคำนวณนี่เอง

ดังนั้นเมื่อคุณคิดจะซื้อคอมพิวเตอร์หรืออัพเกรดซีพียู สิ่งที่ต้องทราบหรือควรจะพิจารณาก่อนการเลือกซื้อก็คือความเร็วในการคำนวณของซีพียูนั่นเอง

 

พิจารณาจากแอพพลิเคชั่นที่ใช้

การจะเลือกว่าควรจะซื้อซีพียูรุ่นไหนยี่ห้อไหนความเร็วเท่าไหร่นั้น สิ่งแรกสุดที่ผู้ใช้ควรทราบก่อนก็คือรูปแบบการใช้งานของตัวเองว่าเป็นแบบใด โดยสามารถแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสามลักษณะ แบบแรกคือผู้ใช้ตามบ้าน ที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง และมีพิมพ์รายงานต่าง ๆ บ้างตามโอกาส แบบที่สองคือผู้ใช้ในสำนักงาน ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต ใช้โปรแกรมในลักษณะของงานสำนักงาน เช่น Office 2000 และกลุ่มสุดท้ายคือผู้ใช้งานที่เน้นด้านกราฟิก เช่น ใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ใช้งานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ งานด้านการออกแบบ

จริง ๆ แล้วยังมีผู้ใช้อีกกลุ่มหนึ่งที่เน้นงานในลักษณะของการใช้งานในเครือข่าย ทำงานเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์สำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืองานคำนวณขั้นสูง แต่กลุ่มนี้จะขอละไว้ไม่พูดถึงในส่วนของการเลือกซื้อซีพียูในบทความนี้ เพราะถือว่างานลักษณะดังกล่าวเป็นงานเฉพาะด้านที่ค่อนข้างจะเป็นกลุ่มเฉพาะที่มีรูปแบบการเลือกซื้อในรายละเอียดต่างจากการแนะนำในบทความนี้ ที่จะเน้นไปที่ผู้ใช้ทั่ว ๆ ไปที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากกว่าใช้เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์

เมื่อได้ทราบแล้วว่าแต่ละคนนั้นจะใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทำงานด้านใด เราก็จะเริ่มพิจารณาได้อย่างเหมาะสมว่าควรจะใช้ซีพียูในระดับความเร็วแค่ไหนจึงจะพอเพียงกับการใช้งานของตน

ทั้งนี้จากการแบ่งกลุ่มสามกลุ่มตามข้อมูลข้างต้นก็จะพบว่า กลุ่มผู้ใช้ที่ถือได้ว่าใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับที่พื้นฐานที่สุดและไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องความเร็วสูงก็ได้ ก็คือผู้ใช้กลุ่มสำนักงาน ที่ทำงานด้านการพิมพ์รายงานทั่วไป เพราะแอพพลิเคชันในชุด Office 2000 นั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันสามารถทำงานกับแอพพลิเคชันลักษณะนี้ได้อย่างรวดเร็วสมบูรณ์ได้อย่างไม่มีปัญหา เรียกว่าผู้ใช้กลุ่มนี้สามารถซื้อคอมพิวเตอร์ที่ช้าที่สุดมาใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำงานได้ช้า เพราะด้วยลักษณะงานที่ใช้เฉพาะการพิมพ์งานทั่วไป คอมพิวเตอร์ที่ช้าที่สุดในปัจจุบันนั้นก็เร็วเกินพอแล้ว จริง ๆ แล้วพูดได้ด้วยว่าผู้ใช้กลุ่มนี้ถ้าพิจารณาจากงานและหากต้องการจะดูแลให้การเลือกซื้อเป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด ก็ควรจะซื้อคอมพิวเตอร์ที่ช้าที่สุดก็พอ เพราะถึงจะซื้อซีพียูความเร็วสูงมาก็จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพราะจะไม่ได้ช่วยให้การทำงานที่เน้นเรื่องการพิมพ์รายงานทั่วไปเสร็จได้เร็วขึ้นแต่อย่างใด เพราะความล่าช้าในการทำงานนั้นจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการพิมพ์ดีดของผู้ใช้ ซึ่งถ้าพิมพ์ได้เร็วงานก็เสร็จเร็ว แต่ถ้าพิมพ์ได้ช้างานก็เสร็จช้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วของซีพียูเลย

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้ที่แม้จะใช้แอพพลิเคชันออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็จะมีบางส่วนที่อาจต้องใช้งานด้านกราฟิกสามมิติบ้าง เช่น การใช้ในลักษณะของการนำเสนองานในรูปแบบกราฟิกสามมิติ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับการนำเสนอ ซึ่งหากเป็นกรณีนี้ก็ควรพิจารณาด้านความเร็วในการคำนวณของซีพียูด้วยว่าควรจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าระดับล่างสุด เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนข้อมูลที่ต้องมีคำนวณเพิ่มมากขึ้น

กลุ่มต่อมากลุ่มผู้ใช้ตามบ้านนั้น จริง ๆ แล้วการใช้งานของผู้ใช้กลุ่มนี้ก็จะไม่ได้ต้องการความเร็วในการคำนวณมากนักเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ใช้สำนักงาน เพราะลักษณะการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตหรือพิมพ์รายงานทั่วไปนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยการคำนวณที่รวดเร็วมากมายอะไรเลย แต่ที่จัดให้อยู่ในระดับที่สูงกว่าผู้ใช้งานสำนักงานก็เพราะผู้ใช้กลุ่มนี้นิยมใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกม ดูหนังฟังเพลงบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งงานในลักษณะการเล่นเกม ดูหนังฟังเพลงนั้นจำเป็นต้องอาศัยความสามารถในการคำนวณของซีพียูมากกว่างานแบบสำนักงาน

จริง ๆ แล้วถ้าจะพูดกันไปนั้นการเล่นเกมนั้นก็ใช้ความสามารถของซีพียูไม่น้อยเหมือนกัน จนถึงขนาดที่พูดกันว่าจริง ๆ แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะที่สุดกับการเล่นเกมก็คือเครื่องที่เร็วที่สุดดีที่สุดเท่าที่จะหาได้นั่นเอง เพราะเกมนั้นถือว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ต้องการความสามารถในการคำนวณของซีพียูมากที่สุดโปรแกรมหนึ่ง แถมยังต้องการความสามารถประกอบในส่วนอื่น ๆ ของคอมพิวเตอร์อย่างมากอีกด้วย เช่น การ์ดแสดงผลก็จะต้องมีความเร็วสูง ฮาร์ดดิสค์ต้องมีความจุสูง มีหน่วยความจำบนเครื่องมาก ๆ ฯลฯ

แต่ที่ยังจัดให้เครื่องในระดับผู้ใช้ตามบ้านนี้จัดอยู่ในกลุ่มระดับกลางก็เพราะผู้ใช้ตามบ้านนั้นส่วนใหญ่จะมีงบประมาณในการซื้อคอมพิวเตอร์ที่จำกัด จึงไม่เหมาะหากจะซื้อซีพียูความเร็วสูง เพราะจะมีราคาแพง แต่น่าจะซื้อซีพียูที่ประสิทธิภาพค่อนข้างดีแต่ราคาไม่แพงนักมากกว่า

สุดท้ายกลุ่มผู้ใช้งานด้านกราฟิก กลุ่มนี้ต้องการซีพียูที่เร็วมาก ๆ สามารถคำนวณงานกราฟิกขนาดใหญ่ให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว ที่จริงนั้นผู้ใช้กลุ่มนี้ก็จะสามารถเลือกซีพียูความเร็วต่ำ ๆ ก็ได้ เพราะใช้งานได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าซีพียูช้า ๆ จะใช้กับงานกราฟิกไม่ได้ แต่ที่ต้องเน้นให้ใช้ซีพียูความเร็วสูงก็เพราะจะคุ้มค่ากว่า เพราะงานด้านกราฟิกนั้นผู้ใช้ควรจะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องราบรื่น เพื่อที่จะทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างที่ใจนึก โดยไม่มีอุปสรรคเรื่องความเร็วในการทำงานของเครื่องมากีดกั้น คิดดูนะครับว่าถ้าต้องให้ผู้ใช้กลุ่มนี้ออกแบบผลงานชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นเดียว แต่ต้องเสียเวลานานหลายชั่วโมงเพราะต้องรอให้คอมพิวเตอร์คำนวณให้เสร็จ ผู้ใช้ก็คงหงุดหงิดจนทำให้สมองตื้อตันคิดสร้างสรรค์อะไรไม่ได้แน่ แต่ถ้าได้คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูง ก็จะช่วยให้งานที่ทำเสร็จลงในเวลารวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ความสามารถที่มีทำงานได้จำนวนมากในเวลารวดเร็วโดยสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่มากกว่า

 

ลักษณะการแบ่งกลุ่มซีพียู

เมื่อทราบกันแล้วว่าแต่ละคนจัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ลักษณะใด และควรเลือกซีพียูที่มีประสิทธิภาพในระดับใด เรามาลองดูกันหน่อยว่าซีพียูที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้นมีการจัดกลุ่มกันอย่างไร สัมพันธุ์กับกลุ่มผู้ใช้อย่างไรบ้าง

ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นั้นก็ทราบดีถึงลักษณะกลุ่มของผู้ใช้ว่าจะมีหลัก ๆ สามกลุ่มอย่างที่กล่าวมาข้างต้น แต่ทั้งนี้ผู้ผลิตซีพียูนั้นจะจัดกลุ่มของซีพียูของตนออกเป็นสองกลุ่มหลัก ๆ สำหรับตลาดทั่วไปแทนที่จะจัดเป็นสามกลุ่ม เพราะมองว่ากลุ่มผู้ใช้งานสำนักงานและกลุ่มผู้ใช้ตามบ้านนั้นจะมีลักษณะการใช้งานไม่แตกต่างกันมากนัก จึงถือเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยเรียกกลุ่มนี้ว่ากลุ่มผู้ใช้เน้นราคาประหยัด หรือ Value ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นก็คือกลุ่มผู้ใช้เน้นประสิทธิภาพหรือผู้ใช้มืออาชีพ หรือ Performance/Professional

นอกเหนือจากกลุ่มสองกลุ่มนี้ จริง ๆ ก็ยังมีกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เวิร์กสเตชั่นด้วย แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่าในบทความนี้จะเน้นไปที่การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จึงจะขอเว้นไว้ไม่พูดถึงซีพียูในกลุ่มดังกล่าว

เมื่อทราบแล้วว่าผู้ผลิตซีพียูมีการแบ่งกลุ่มของซีพียูของตนออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ Value และ Performance/Professional เราก็มาลองดูกันต่อไปว่าแล้วในแต่ละกลุ่มนั้นมีซีพียูรุ่นใดกันบ้าง

อย่างที่หลายคนคงทราบแล้วว่าในปัจจุบันนั้นมีผู้ผลิตซีพียูรายใหญ่ที่ถือว่าเป็นผู้นำในตลาดซีพียูอยู่เพียงสองบริษัทเท่านั้น คือบริษัท Intel และ AMD โดย Intel นั้นถือว่าเป็นผู้นำรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 80 % โดยมี AMD ตามหลังมาห่าง ๆ โดยปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดยังต่ำกว่า Intel อยู่มาก

ทั้ง Intel และ AMD นั้นต่างก็มีซีพียูในตลาดกลุ่ม Value และ Performance/Professional อยู่ทั้งสองบริษัท โดยสำหรับ Intel นั้นจะมีซีพียูในตระกูล Celeron เป็นซีพียูหลักในกลุ่ม Value และมีตระกูล Pentium III เป็นซีพียูหลักในกลุ่ม Performance/Professional ส่วน AMD นั้นจะมี Duron เป็นซีพียูหลักในกลุ่ม Value และมี Athlon เป็นซีพียูหลักในกลุ่ม Performance/Professional

  

 ...ย้อนกลับ   |   อ่านต่อ...

PC Buyer Guide
 

กลับด้านบน

[Scanner&Digital Camera]   [Media&Storage]   [Mainboard&Card]   [Dilsplay Monitor]
[CD-Rom, CDRW, DVD]   [Printer]   [Modem, UPS, Speaker]   [ISP]

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)