การเลือกซื้อSpeaker |
|
|||
|
|
เทคโนโลยีและการเลือกซื้อแนวโน้มเทคโนโลยี เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1] [2] [3] รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ [1] [2] [ตารางเปรียบเทียบราคา]
Impedance
โดยทั่วไปแล้ว
Impedance อินพุตจะสูงกว่า Impedance
เอาต์พุต
ดังนั้นลำโพงที่มีเพาเวอร์และมีอินพุตจะมีค่า
Impedance ที่ค่อนข้างสูง S/N Ratio เป็นค่าความแตกต่างระหว่างระดับเสียงปกติของลำโพงและระดับเสียงที่เกิดเสียงรบกวน S/N Ratio ที่มีค่ามากจะดีกว่า ยิ่ง S/N Ratio มีค่ามากเท่าใด ก็จะทำให้เสียงของลำโพงมีความสะอาดมากขึ้นเท่านั้น แม้ขณะที่เปิดลำโพงแล้วแต่ยังไม่ได้เล่นเสียง ก็จะมีความเงียบมากกว่า และปราศจากเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รบกวน ดังนั้นในการเลือกซื้อลำโพงจึงควรเลือกลำโพงที่มีค่า S/N Ratio ที่ค่อนข้างมากเอาไว้ ลำโพงที่มี S/N Ratio ต่ำเกินไป เมื่อใช้ขับเสียงจากเสียงเพลงหรือเกมที่มี Dynamic Range ที่กว้าง (Dynamic Range คือ ช่วงของความดังที่แตกต่างระหว่างตอนที่มีสัญญาณดังที่สุดและเบาที่สุด มีหน่วยเป็น dB) มักจะทำให้เสียงที่ออกมาในระดับเสียงเบาถูกเสียงรบกวนกลบทับจนไม่ได้ยินเสียง ส่วนเสียงในระดับเสียงดังที่สุดก็จะ Over-load ลำโพง ทำให้เสียงเพี้ยนไปจากปกติ ในการเลือกซื้อลำโพงจึงควรเลือกลำโพงที่มีค่า S/N Ratio กว้างมากกว่าช่วงของ Dynamic Range
การวัดค่า Power Output จะใช้หน่วยเป็น RMS ซึ่งจะมาจาก Root Mean Square ซึ่งเป็นวิธีการวัดค่าเฉลี่ยของกำลังโดยใช้รากที่สองของกำลังสูงสุด แทนที่จะเฉลี่ยจากผลรวมของกำลังสูงสุด ซึ่งเป็นทั้งบวกและลบ ค่าที่มักจะบอกมากับค่า Power Output ด้วยก็คือ Total Harmonic Distortion หรือ THD ซึ่งเป็นค่าใช้วัดความบริสุทธิ์หรือความสะอาดของสัญญาณเสียง ค่า THD สามารถวัดได้ 2 แบบ ได้แก่ หาความแตกต่างระหว่างสัญญาณเสียงก้อง (Harmonic) และสัญญาณเสียงเริ่มต้น (Source) มีหน่วยเป็น dB หรือหาค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ของอัตราส่วนระหว่างสัญญาณเสียงก้องและสัญญาณเสียงเริ่มต้น เช่น 0.1% THD ลำโพงที่มีค่า THD น้อยแสดงว่าเป็นลำโพงที่ดี เพราะจะเกิดความเพี้ยนของสัญญาณอันเนื่องมาจากการก้องของเสียงที่น้อยกว่า ซึ่งก็จะทำให้เสียงมีความสะอาดและบริสุทธิ์มากขึ้น คุณภาพของเสียงดีขึ้น
การเลือกซื้อลำโพงแบบใด ให้พิจารณาดูจากลักษณะการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่มของการใช้งานได้ 4 แบบ คือ การใช้งานแบบพื้นฐาน, นำไปใช้ในการฟังเพลง, นำไปใช้ในการเล่นเกม และรูปแบบสุดท้ายคือนำไปทำเป็นโฮมเธียเตอร์ การใช้งานคอมพิวเตอร์แบบพื้นฐานโดยต้องการให้มีเสียงเฉพาะกับการใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ หรือเสียงเตือนการใช้งานภายใน Windows การเลือกลำโพงที่จะใช้ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกลำโพงที่ดีนัก แค่ลำโพงธรรมดาคู่เดียวก็เป็นการเพียงพอแล้ว กลุ่มของผู้ใช้ที่เน้นการฟังเพลงเป็นหลัก ควรที่จะเลือกลำโพงที่มีคุณภาพขึ้นมาอีก อย่างน้อยควรจะเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 1 คู่ และถ้าเพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้าไปอีก 1 ตัว ก็จะเป็นการดี เพราะจะทำให้คุณภาพเสียงโดยรวมดียิ่งขึ้น และมีผลทำให้สามารถฟังเสียงในย่านความถี่ต่าง ๆ ได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะในย่านของเสียงความถี่ต่ำ สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่เน้นการเล่นเกมและผู้ใช้ที่ต้องการทำเป็นโฮมเธียเตอร์สำหรับดูหนัง DVD ก็ควรที่จะเลือกลำโพงที่เป็นแบบ Surround ทั้งนี้เพราะผู้ผลิตเกมในปัจจุบันได้เริ่มใส่ระบบเสียงแบบสามมิติที่สามารถบอกตำแหน่งได้เข้าไปในเกมแล้ว ซึ่งเมื่อใช้กับลำโพงแบบ Surround ก็จะทำให้การเล่นเกมได้อรรถรสและมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น (สำหรับผู้ใช้ที่เล่นเกมเป็นงานอดิเรกไม่บ่อยนัก หรือไม่อยากเน้นเรื่องเสียงมากเกินไปซึ่งทำให้งบบานปลาย ก็อาจจะใช้ลำโพงแบบ 2.1 ที่มีลำโพงสเตอริโอ 1 คู่และมีซับวูฟเฟอร์ 1 ตัว)
|
|||
|
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) |
||