.

การเลือกซื้อSpeaker

 

 

 

[Modem]   [UPS]   [หน้าหลัก]

เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ

แนวโน้มเทคโนโลยี   เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1]  [2]  [3]   รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ [1]  [2]  [ตารางเปรียบเทียบราคา]

  

ส่วนประกอบของลำโพง

โดยส่วนใหญ่ลำโพงจะอยู่ในรูปของตู้ลำโพงที่อาจจะทำจากไม้หรือพลาสติก (ลำโพงที่ใช้กับคอมพิวเตอร์โดยส่วนใหญ่จะมีตู้ลำโพงที่ทำจากพลาสติก) โดยภายในจะประกอบด้วย Driver หรือตัวดอกลำโพง และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้กำเนิดเสียง ซึ่งได้แก่ Amplifier และ Crossover Network ซึ่งอุปกรณ์ภายในเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดหรือรูปแบบของลำโพงที่ออกมา

จำนวนของ Driver หรือดอกลำโพงที่ใช้ก็จะมีผลต่อความเป็นธรรมชาติของเสียงที่ออกมา ถ้าใช้ Driver หลายตัวก็จะทำให้เสียงที่ได้ครอบคลุมย่านความถี่ของเสียงได้มากกว่า ให้รายละเอียดของทุกชิ้นเครื่องดนตรีได้ดีกว่า ลำโพงแบบ 2 ทาง จะประกอบด้วย Driver ของวูฟเฟอร์ และทวีตเตอร์ ในย่านความถี่เสียงกลางและเสียงต่ำจะถูกขับออกทางวูฟเฟอร์ ส่วนความถี่เสียงสูงก็จะถูกขับออกทางทวีตเตอร์ สำหรับลำโพงแบบ 3 ทาง ก็จะประกอบด้วย ซับวูฟเฟอร์, วูฟเฟอร์ และทวีตเตอร์ เสียงต่ำสุดก็จะถูกขับออกทางซับวูฟเฟอร์ เสียงกลางจะถูกขับออกทางวูฟเฟอร์ และเสียงแหลมก็จะถูกขับออกทางทวีตเตอร์

ลำโพงแบบหลายทางจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Crossover Network เป็นตัวแบ่งสัญญาณเสียงในแต่ละย่านออกจากกันและจ่ายไปให้ลำโพงที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะเป็นสองทางหรือสามทางแล้วแต่ว่าเป็นลำโพงแบบไหน นอกจากนี้ Crossover Network ยังทำหน้าที่ในการควบคุมความสมดุลของเสียงในแต่ละย่านความถี่ พร้อมทั้งมีระบบการป้องกันการทำงานที่เกินกำลังของลำโพงและการป้องกันระดับความถี่ของเสียงที่สูงเกินกว่าลำโพงจะรับได้



ลำโพง Tweeter

ทวีตเตอร์เป็นลำโพงที่ใช้สำหรับขับเสียงความถี่สูง โดยทั่วไปจะมีความถี่เกินจาก 1.5 KHz ขึ้นไป







ลำโพง Woofer

ลำโพงวูฟเฟอร์จะใช้สำหรับขับเสียงความถี่ต่ำ คือในระดับความถี่ไม่เกิน 1.5 KHz เนื่องจากความถี่ต่ำมีความยาวของคลื่นค่อนข้างมาก ลำโพงวูฟเฟอร์จึงต้องมีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถขับอากาศได้เพียงพอสำหรับสร้างเสียงความถี่ต่ำ ยิ่งวูฟเฟอร์มีขนาดใหญ่เท่าใด กำลังในการขับและความดังของเสียงเบสก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น วูฟเฟอร์จะใช้ในการขับเสียงกลางและเสียงต่ำ
 

ลำโพง Sub Woofer

ซับวูฟเฟอร์เป็นลำโพงที่ใช้ขับเสียงความถี่ต่ำที่สุด คือในระดับความถี่ถึง 500 Hz ยิ่งขนาดของลำโพงซับวูฟเฟอร์มีมากเท่าใด พลังในการขับก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ในระบบลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์จะให้เสียงในระดับความถี่ต่ำได้ดีเป็นพิเศษ
 

คุณสมบัติของลำโพงที่ควรพิจารณาก่อนการเลือกซื้อ

ในการเลือกซื้อลำโพงนั้น นอกจากบุคลิกของเสียงและคุณภาพของเสียงที่ควรพิจารณาแล้ว คุณสมบัติหรือสเปกของลำโพงก็เป็นสิ่งที่ควรจะต้องดูด้วย (เนื่องจากผู้ผลิตลำโพงบางรายอาจจะบอกคุณสมบัติไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ลำโพงสามารถทำได้) อย่างเช่น การดู Frequency Response, Impedance, S/N Ratio, Output Power
 

Frequency Response

หมายถึง ลักษณะของระดับความแรงของสัญญาณที่ออกมาจากอุปกรณ์นั้น ๆ (ในที่นี้ก็คือลำโพง) เมื่อได้รับสัญญาณที่ป้อนเข้าไป เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นความสามารถของอุปกรณ์ว่าสามารถทำงานได้ในช่วงความถี่ไหนและมีความราบเรียบเที่ยงตรงเพียงใด

ความสามารถในการได้ยินเสียงของมนุษย์จะอยู่ในช่วงระดับความถี่ตั้งแต่ 20 Hz ถึง 20 KHz ดังนั้นลำโพงที่ผลิตออกมาจึงควรจะมี Frequency Response คลอบคลุมในช่วงความถี่ดังกล่าว ในการระบุคุณสมบัติของ Frequency Response ของลำโพงตามความเป็นจริงแล้วควรจะบอกขอบเขตของความถี่ที่ลำโพงนั้นสามารถทำได้ เช่น มีค่าเท่ากับ 20 Hz - 20 KHz +/-5 dB ซึ่งอาจจะทำให้ช่วงของ Frequency Response จริง ๆ ที่ทำได้เหลือเพียง 50 Hz - 17 KHz

ในความเป็นจริงแล้วผู้ผลิตบางรายก็อาจจะผลิตลำโพงที่มี Frequency Response ไม่ตรงกับที่ระบุในสเปกเอาไว้ และลำโพงของแต่ละผู้ผลิตก็จะมีช่วงของ Frequency Response ไม่เหมือนกัน ทำให้ลำโพงแต่ละตัวมีบุคลิกของเสียงและคุณภาพของเสียงที่แตกต่างกัน

 

...ย้อนกลับ  |  อ่านต่อ...

   
PC Buyer Guide
 

กลับด้านบน

[Scanner&Digital Camera]   [Media&Storage]   [Mainboard&Card]   [Dilsplay Monitor]
[CD-Rom, CDRW, DVD]   [Printer]   [Modem, UPS, Speaker]   [ISP]

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)