การเลือกซื้อMODEM |
|
|||
|
|
เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ MODEMประเภทของโมเด็ม เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ [1] [2] [3] [ตารางเปรียบเทียบราคา]
การเลือกซื้อ Modem
ข้อมูลอนาล็อค (Analog) เป็นข้อมูลที่มีลักษณะต่อเนื่องกันตลอด ในขณะที่ข้อมูลดิจิตอล (Digital) เป็นข้อมูลที่มีลักษณะถูกแบ่งเป็นช่วงๆ (Steps) ซึ่งสัญญาณอนาล็อกเป็นเป็นสัญญาณต่อเนื่องโดยรวมสัญญาณทุกชนิดไม่ว่าดีหรือไม่ดีเข้าไว้ (ลักษณะคล้ายสัญญาณที่ได้จากธรรมชาติ) ต่างจากสัญญาณดิจิตอล ซึ่งจะไม่มีสัญญาณที่ไม่ต้องการ หรือสัญญาณรบกวนผสมอยู่
สัญญาณข้อมูลในคอมพิวเตอร์จะใช้สัญญาณในรูปแบบของดิจิตอล ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นบิต (bits) หมายถึง 0 (off) กับ 1 (on) สามารถแทนรูปแบบลักษณะกราฟให้เห็นได้โดยสัญญาณอนาล็อกจะเป็นกราฟที่มีรูปคลื่นโค้งมน ส่วนสัญญาณดิจิตอลจะมีรูปกราฟเป็นรูปคลื่นลักษณะเหลี่ยมๆ ดังนั้นเสียงเป็นสัญญาณอนาลอก ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงสามารถส่งข้อมูลเข้าไปเป็นสายโทรศัพท์ โดยโมเด็มจะนำสัญญาณดิจิตอลจากคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในรูปแบบเสียง ซึ่งเป็นสัญญาณอนาล็อก (เรามักได้ยินเวลาที่โมเด็มทำงานอยู่) ซึ่งโมเด็มฝ่ายรับข้อมูลก็จะแปลงสัญญาณกลับเป็นดิจิตอล
ข้อมูลที่มีการรับ-ส่งระหว่างโมเด็มจะถูกส่งในหน่วย bps (bits per second) ซึ่งในการส่งข้อมูลจะพบว่าข้อมูลจะถูกส่งเป็นจำนวนหลายบิต ดังนั้นการส่งข้อมูลให้เร็วขึ้นจึงต้องมีการบีบอัดข้อมูล การบีบอัดข้อมูลโดยทั่วๆ ไปแบ่งออกเป็น 2 โปรโตคอลได้แก่ MNP-5 มีการบีบอัดในอัตราส่วน 2 : 1 และ v.42bis ซึ่งอัตราส่วนในการบีบอัด 4 : 1
เริ่มแรก UARTs ใช้ INS-8250 ในการทำงาน และได้ถูกเปลี่ยนเป็น 16450 ซึ่งรับส่งข้อมูลกันที่ 1-byte แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการเพราะซีพียูสามารถทำงานและส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น จึงถูกแก้ปัญหาโดย 16550 UART สามารถรับส่งข้อมูลกันได้ที 16-byte ซึ่งยังคงใช้กันในโมเด็มปัจจุบันนี้
ในช่วงแรกๆ Bell, CCITT และ ITU-T ได้สร้างมาตรฐานของวิธี Modulation, Data tranfer และ Data Compression ซึ่งจะใช้สำหรับอเมริกา และ CCITT เป็นมาตรฐานนานาชาติ จน CCITT ได้เปลี่ยนมาเป็น ITU-T (International Telecommunicaitons Union Telecommunication Standardization Sector ซึ่งในปัจจุบันได้ใช้มาตรฐาน V. เป็น CCITT/ITU-T
สำหรับการส่งผ่านข้อมูลหรือไฟล์คอมพิวเตอร์จะส่งในรูปแบบ Binary files ผ่านโมเด็ม โดยโปโตคอลที่ใช้ได้แก่ Xmodem และ Zmodem โดย Xmodem ถูกพัฒนาโดย Ward Christensen มีการส่งข้อมูล 128-byte ต่อบล็อก มีไฟล์แต่ละไฟล์ โดยโมเด็มตัวรับจะเช็คข้อมูลที่ได้รับว่าเสียหายหรือครบถ้วนหรือไม่ ถ้าไม่ครบถ้วนจะมีการส่งข้อมูลใหม่ และได้รับการพัฒนาให้เป็น Xmodem/CRC ซึ่งเพิ่ม Cyclical Redundancy Check algorithm แต่ Xmodem เหมาะกับโปโตคอลที่ช้า Zmodem ถูกพัฒนาโดย Chuck Forsberg โดยส่วนท้ายของข้อมูลจะเพิ่ม CRC-32 error checking ในการตรวจสอบข้อผิดพลาด ซึ่งวิธีนี้ไม่ต้องรอผลการรับข้อมูลของอีกโมเด็มว่าครบสมบูรณ์หรือไม่ เหตุนี้ทำให้ Zmodem จึงเป็นโปโตคอลที่เร็วกว่าโปโตคอลอื่นๆ
Fax แฟกซ์เป็นเครื่องมือที่ใช้มานานในการสื่อสารส่งข้อความ ซึ่งในปัจจุบันโมเด็มได้รวมความสามารถนี้เข้าไว้เกือบทุกรุ่น ทำให้โมเด็มเป็นอุปกรณ์ในการส่งแฟกซ์ที่เล็กและถูกกว่าในอดีต จุดเริ่มต้นของแฟกซ์แบ่งแฟกซ์ออกเป็นกลุ่ม 1 เป็นรุ่นที่ใช้ในอดีต ใช้เวลาในการส่งข้อมูลมาก ประมาณ 6 นาทีต่อหน้ากระดาษ จนประมาณช่วง ค.ศ.1970 ได้มีการพัฒนาเป็นกลุ่มที่ 2 แฟกซ์สามารถเปลี่ยนภาพเป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่งสามารถใช้ส่งข้อมูลได้จากโมเด็ม ด้วยความสามารถของดิจิตอลทำให้สัญญาณที่มีการส่งข้อมูลไม่มีสัญญาณรบกวน จึงดีกว่ากลุ่ม 1 ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีต่อหน้ากระดาษ จากนั้นแฟกซ์ได้พัฒนาเข้าสู่กลุ่มที่ 3 ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลดีขึ้น มีให้ความละเอียดในการส่งแฟกซ์ให้เลือก 200x200 และ 200x100 ใช้ V.17 โปโตคอล ซึ่งแฟกซ์กลุ่มที่ 3 นี้มีความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 14,400 bps ใช้ T.4 โปโตคอลในการควบคุมขนาดกระดาษ ความละเอียด เวลาในการส่งข้อมูลและรหัสการแปลงสัญญาณ และกำลังมีแฟกซ์กลุ่มที่ 4 กำลังเริ่มเข้ามา ซึ่งกลุ่มที่ 4 เป็นการออกแบบให้ใช้สายสัญญาณ ISDN ในการส่งสัญญาณ สำหรับโมเด็มได้แบ่งออกเป็นหลายๆ ระดับ
|
|||
|
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) |
||