การเลือกซื้อ Fan & Heatsink |
|
|||
|
|
เทคโนโลยีและการเลือกซื้อคุณสมบัติ เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ
Heatsink ที่ติดกับซีพียูที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งจะเกิดการส่งผ่านความร้อนจากพื้นผิวสัมผัสของซีพียูไปยังพื้นผิวสัมผัสของ Heatsink หรือถ้าเป็นกรณีที่ใช้การระบายความร้อนด้วย Water Cooler พื้นผิวที่สัมผัสกับซีพียูก็จะเป็น Water Block (หรืออาจจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Thermo Electric ขั้นระหว่างซีพียูกับ Water Block) กระบวนการที่มีการส่งผ่านความร้อนจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง จะเรียกกระบวนการนี้ว่า การนำความร้อน (Conduction) เมื่อมีการนำความร้อนจากซีพียูเข้าไปยัง Heatsink หรือ Water Block แล้ว กระบวนการในการระบายความร้อนถัดไปที่จะเกิดขึ้นก็คือ การพาความร้อน (Convection) ซึ่งจะเป็นการถ่ายเทความร้อนโดยมีสื่อเป็นตัวพาความร้อน สื่อในการพาความร้อนนี้จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะเป็นอากาศหรือน้ำก็ได้ ในกรณีที่เป็นการระบายความร้อนด้วยอากาศ ก็คือ การระบายความร้อนให้กับซีพียูโดยใช้ Heatsink และพัดลม ความร้อนที่ Heatsink จะถูกถ่ายเทออกภายนอกโดยมีอากาศที่เกิดจากการเป่าของพัดลมเป็นตัวพาความร้อนออกไป แต่ถ้าเป็นการระบายความร้อนด้วย Water Cooler ความร้อนที่ Water Block ได้รับมาจากซีพียูก็จะถูกถ่ายเทโดยใช้น้ำเป็นตัวพาความร้อน สำหรับการแผ่ความร้อน (Radiation) ก็คือกระบวนการที่ความร้อนแผ่ออกมาจากวัสดุที่มีความร้อน ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดก็จะมีความสามารถในการแผ่ความร้อนที่แตกต่างกัน รวมทั้งสีสันของวัสดุก็จะมีผลต่อความสามารถในการแผ่ความร้อนด้วย
ลักษณะของ Heatsink ที่ดีจะต้องมีพื้นผิวที่สัมผัสกับอากาศได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด ซึ่งผู้ผลิตก็ได้การออกแบบคลีบของ Heatsink ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ กัน นอกจากนี้ Heatsink ไม่ควรจะมีน้ำหนักมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้แรงกดทับที่หนักเกินไปของ Heatsink ทำให้ซีพียูเสียหายได้ ซึ่งทาง AMD เองก็ได้แนะนำผู้ใช้ที่ใช้ซีพียู AMD ที่เป็น Socket 462 ว่าควรจะใช้ Heatsink ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 300 กรัม
ในระยะหลังก็เริ่มจะมี Heatsink ที่ทำจากทองแดงให้เห็นกันมากยิ่งขึ้น แต่อาจจะมีเห็นจำหน่ายน้อยอยู่ ทั้งนี้เพราะการผลิต Heatsink ทั้งอันที่เป็นทองแดงจะผลิตได้ยากและต้นทุนสูง ทำให้ไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จึงมีผู้ผลิตบางรายที่ผลิต Heatsink โดยใช้วัดสดุที่เป็นทองแดงเฉพาะบริเวณด้านใต้ของ Heatsink หรือบริเวณที่สัมผัสกับซีพียูเท่านั้น เพื่อให้ทองแดงดูดความร้อนจากซีพียู ในขณะที่อะลูมิเนียมทำหน้าที่ระบายความร้อนออกไป Heatsink ที่ทำอะลูมิเนียมทั้งหมดโดยมีเฉพาะด้านใต้เป็นทองแดง จึงนับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
พัดลมแบบ Sleeve Bearing จะใช้ระบบการหมุนของเพลามอเตอร์ภายในวงแหวนที่มีน้ำมันหล่อลื่นอยู่ภายใน พัดลมแบบนี้ถึงแม้จะมีข้อดีอยู่บ้างตรงที่ราคาถูกและเสียงขณะทำงานเงียบกว่าแบบ Ball Bearing ก็ตามแต่คุณภาพและความทนทานในการใช้งานอาจจะไม่ค่อยดีเท่าใดนัก
โดยทั่วไปแล้วพัดลมขนาด 50 x 10 มม. ที่ใช้สำหรับซีพียูจะมีปริมาณของลมเท่ากับ 10 CFM, พัดลมขนาด 60 x 25 มม. จะอยู่ในช่วงระหว่าง 20 - 30 CFM, พัดลมขนาด 80 x 25 มม. อยู่ในช่วงระหว่าง 30 - 40 CFM และพัดลมขนาด 120 มม. สามารถทำได้มากกว่า 100 CFM
การเลือกว่าจะใช้ Heatsink และพัดลมแบบใดดี ที่ระดับราคาเท่าใด ให้พิจารณาจากซีพียูที่คุณใช้และลักษณะในการใช้งานเป็นหลัก ถ้าใช้ซีพียูของ AMD ที่เป็น Duron หรือ Thunderbird ซึ่งต้องการการระบายความร้อนที่ดีสักหน่อย ก็ต้องเลือก Heatsink และพัดลมที่คุณภาพระดับปานกลางจนถึงดีมากมาใช้งาน แต่ถ้าเป็นซีพียู Pentium III ของ Intel คุณอาจจะไม่ต้องใช้ Heatsink ที่มีคุณภาพมากนักก็ได้
การเลือก Heatsink ที่มีคุณภาพ ก็ให้พิจารณาจากคลีบของ Heatsink เป็นหลัก โดยเลือกตัวที่มีพื้นที่ของคลีบมากที่สุด เพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ดี ส่วนพัดลมให้เลือกที่เป็นแบบ Two Ball Bearing หรือ Dual Ball Bearing โดยสามารถดูได้จากบนตัวพัดลม ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีเขียนบอกไว้ โดยทั่วไปพัดลมที่มีคุณภาพที่สามารถเป่าลมได้แรงมักจะมีเสียงดังสักหน่อย แต่เสียงที่ดังควรจะต้องเป็นเสียงของลมเท่านั้น ไม่ควรที่จะเป็นเสียงดังของมอเตอร์ วิธีการทดสอบพัดลมว่ามีคุณภาพดีหรือไม่ ให้ลองเสียบสายไฟแล้วนำพัดลมวางบนฝ่ามือ ถ้าเป็นพัดลมที่มีคุณภาพดีจริง ๆ จะต้องวางบนฝ่ามือได้ค่อนข้างนิ่งโดยไม่มีอาการสั่นเกิดขึ้น
|
|||
|
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) |
||