.

การเลือกซื้อ Fan & Heatsink

 

 

 

[RAM]    [Hard Disk]   [CPU]   [หน้าหลัก]

เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ

คุณสมบัติ   เทคโนโลยีและการเลือกซื้อ   รุ่นและยี่ห้อที่น่าสนใจ

 


ระบบการทำงานของการระบายความร้อน

ในการระบายความร้อนของอุปกรณ์ระบายความร้อน มีขั้นตอนอยู่ 3 ขั้นตอน คือ การนำความร้อน (Conduction), การพาความร้อน (Convection) และการระบายความร้อน (Radiation)

Heatsink ที่ติดกับซีพียูที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งจะเกิดการส่งผ่านความร้อนจากพื้นผิวสัมผัสของซีพียูไปยังพื้นผิวสัมผัสของ Heatsink หรือถ้าเป็นกรณีที่ใช้การระบายความร้อนด้วย Water Cooler พื้นผิวที่สัมผัสกับซีพียูก็จะเป็น Water Block (หรืออาจจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Thermo Electric ขั้นระหว่างซีพียูกับ Water Block) กระบวนการที่มีการส่งผ่านความร้อนจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง จะเรียกกระบวนการนี้ว่า การนำความร้อน (Conduction)

เมื่อมีการนำความร้อนจากซีพียูเข้าไปยัง Heatsink หรือ Water Block แล้ว กระบวนการในการระบายความร้อนถัดไปที่จะเกิดขึ้นก็คือ การพาความร้อน (Convection) ซึ่งจะเป็นการถ่ายเทความร้อนโดยมีสื่อเป็นตัวพาความร้อน สื่อในการพาความร้อนนี้จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะเป็นอากาศหรือน้ำก็ได้

ในกรณีที่เป็นการระบายความร้อนด้วยอากาศ ก็คือ การระบายความร้อนให้กับซีพียูโดยใช้ Heatsink และพัดลม ความร้อนที่ Heatsink จะถูกถ่ายเทออกภายนอกโดยมีอากาศที่เกิดจากการเป่าของพัดลมเป็นตัวพาความร้อนออกไป แต่ถ้าเป็นการระบายความร้อนด้วย Water Cooler ความร้อนที่ Water Block ได้รับมาจากซีพียูก็จะถูกถ่ายเทโดยใช้น้ำเป็นตัวพาความร้อน

สำหรับการแผ่ความร้อน (Radiation) ก็คือกระบวนการที่ความร้อนแผ่ออกมาจากวัสดุที่มีความร้อน ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดก็จะมีความสามารถในการแผ่ความร้อนที่แตกต่างกัน รวมทั้งสีสันของวัสดุก็จะมีผลต่อความสามารถในการแผ่ความร้อนด้วย


ลักษณะของ Heatsink ที่ดี

การระบายความร้อนจะสามารถทำได้ดีหรือไม่นั้น ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง ก็คือ Heatsink ที่ใช้ได้รับการออกแบบมาดีหรือไม่ โดยหลักการออกแบบ Heatsink ผู้ผลิตจะเน้นที่ลักษณะของคลีบและวัสดุที่นำมาใช้

ลักษณะของ Heatsink ที่ดีจะต้องมีพื้นผิวที่สัมผัสกับอากาศได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด ซึ่งผู้ผลิตก็ได้การออกแบบคลีบของ Heatsink ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ กัน นอกจากนี้ Heatsink ไม่ควรจะมีน้ำหนักมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้แรงกดทับที่หนักเกินไปของ Heatsink ทำให้ซีพียูเสียหายได้ ซึ่งทาง AMD เองก็ได้แนะนำผู้ใช้ที่ใช้ซีพียู AMD ที่เป็น Socket 462 ว่าควรจะใช้ Heatsink ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 300 กรัม

วัสดุที่นำมาทำเป็น Heatsink ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาด้วย วัสดุแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการนำความร้อนที่แตกต่างกัน วัสดุที่สามารถนำความร้อนได้สูงสุด ก็คือ เงิน ซึ่งมีความสามารถในการนำความร้อนเท่ากับ 422 W/mK รองลงมาคือ ทองแดง (402 W/mK), ทอง (298 W/mK), อะลูมิเนียม (226 W/mk), เหล็ก (73.3 W/mK) และตะกั่ว (34.8 W/mK) ในปัจจุบันผู้ผลิตโดยส่วนใหญ่จะผลิต Heatsink โดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียม ทั้งนี้เพราะสามารถผลิตได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ

ในระยะหลังก็เริ่มจะมี Heatsink ที่ทำจากทองแดงให้เห็นกันมากยิ่งขึ้น แต่อาจจะมีเห็นจำหน่ายน้อยอยู่ ทั้งนี้เพราะการผลิต Heatsink ทั้งอันที่เป็นทองแดงจะผลิตได้ยากและต้นทุนสูง ทำให้ไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จึงมีผู้ผลิตบางรายที่ผลิต Heatsink โดยใช้วัดสดุที่เป็นทองแดงเฉพาะบริเวณด้านใต้ของ Heatsink หรือบริเวณที่สัมผัสกับซีพียูเท่านั้น เพื่อให้ทองแดงดูดความร้อนจากซีพียู ในขณะที่อะลูมิเนียมทำหน้าที่ระบายความร้อนออกไป Heatsink ที่ทำอะลูมิเนียมทั้งหมดโดยมีเฉพาะด้านใต้เป็นทองแดง จึงนับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ 


พัดลมระบายความร้อน

พัดลมที่ใช้ในการระบายความร้อนโดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ พัดลมแบบ Sleeve Bearing และแบบ Ball Bearing

พัดลมแบบ Sleeve Bearing จะใช้ระบบการหมุนของเพลามอเตอร์ภายในวงแหวนที่มีน้ำมันหล่อลื่นอยู่ภายใน พัดลมแบบนี้ถึงแม้จะมีข้อดีอยู่บ้างตรงที่ราคาถูกและเสียงขณะทำงานเงียบกว่าแบบ Ball Bearing ก็ตามแต่คุณภาพและความทนทานในการใช้งานอาจจะไม่ค่อยดีเท่าใดนัก

พัดลมแบบ Ball Bearing ใช้ระบบการหมุนของเพลามอเตอร์ภายในวงแหวน โดยมีลูกเหล็กขนาดเล็กจำนวนมากล้อมรอบเพลามอเตอร์ ทำให้พัดลมสามารถหมุนได้แรงและนุ่มนวลกว่าพัดลมแบบ Sleeve Bearing พัดลมแบบ Ball Bearing อาจจะมีราคาแพงและมีเสียงที่ดังกว่าแบบ Sleeve Bearing แต่คุณภาพและความทนทานในการใช้งานแบบ Ball Bearing จะดีกว่า


ปริมาณความแรงของพัดลม

ในการวัดประสิทธิภาพของพัดลม จะดูที่ปริมาณลมที่พัดลมสามารถทำได้ ซึ่งจะมีหน่วยเป็น CFM (Cubic Feet per Minute) สำหรับหน่วยแบบเมตริกจะเป็น m^3/min (Cubic Meters per Minute)

โดยทั่วไปแล้วพัดลมขนาด 50 x 10 มม. ที่ใช้สำหรับซีพียูจะมีปริมาณของลมเท่ากับ 10 CFM, พัดลมขนาด 60 x 25 มม. จะอยู่ในช่วงระหว่าง 20 - 30 CFM, พัดลมขนาด 80 x 25 มม. อยู่ในช่วงระหว่าง 30 - 40 CFM และพัดลมขนาด 120 มม. สามารถทำได้มากกว่า 100 CFM 


ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อ

การเลือกว่าจะใช้ Heatsink และพัดลมแบบใดดี ที่ระดับราคาเท่าใด ให้พิจารณาจากซีพียูที่คุณใช้และลักษณะในการใช้งานเป็นหลัก

ถ้าใช้ซีพียูของ AMD ที่เป็น Duron หรือ Thunderbird ซึ่งต้องการการระบายความร้อนที่ดีสักหน่อย ก็ต้องเลือก Heatsink และพัดลมที่คุณภาพระดับปานกลางจนถึงดีมากมาใช้งาน แต่ถ้าเป็นซีพียู Pentium III ของ Intel คุณอาจจะไม่ต้องใช้ Heatsink ที่มีคุณภาพมากนักก็ได้

อีกกรณีหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการโอเวอร์คล็อกความเร็วซีพียูให้สูงขึ้น ก็ต้องเลือก Heatsink ที่มีคุณภาพในระดับดีจนถึงดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการโอเวอร์คล็อก ซีพียู Duron ขึ้นไปที่ความเร็วสูง ๆ ก็คงต้องลงทุนกับ Heatsink และพัดลมมากหน่อย

การเลือก Heatsink ที่มีคุณภาพ ก็ให้พิจารณาจากคลีบของ Heatsink เป็นหลัก โดยเลือกตัวที่มีพื้นที่ของคลีบมากที่สุด เพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ดี ส่วนพัดลมให้เลือกที่เป็นแบบ Two Ball Bearing หรือ Dual Ball Bearing โดยสามารถดูได้จากบนตัวพัดลม ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีเขียนบอกไว้

โดยทั่วไปพัดลมที่มีคุณภาพที่สามารถเป่าลมได้แรงมักจะมีเสียงดังสักหน่อย แต่เสียงที่ดังควรจะต้องเป็นเสียงของลมเท่านั้น ไม่ควรที่จะเป็นเสียงดังของมอเตอร์ วิธีการทดสอบพัดลมว่ามีคุณภาพดีหรือไม่ ให้ลองเสียบสายไฟแล้วนำพัดลมวางบนฝ่ามือ ถ้าเป็นพัดลมที่มีคุณภาพดีจริง ๆ จะต้องวางบนฝ่ามือได้ค่อนข้างนิ่งโดยไม่มีอาการสั่นเกิดขึ้น

 

...ย้อนกลับ  |  อ่านต่อ...

   
PC Buyer Guide
 

กลับด้านบน

[Scanner&Digital Camera]   [Media&Storage]   [Mainboard&Card]   [Dilsplay Monitor]
[CD-Rom, CDRW, DVD]   [Printer]   [Modem, UPS, Speaker]   [ISP]

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542- โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)